ผลการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลและเศรษฐกิจ
บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงการเพิ่มมูลค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและการรักษาผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดีจะเป็นหัวใจที่นำไปสู่ความสำเร็จดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้กำกับดูแลองค์กรให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการ การปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ การตระหนักถึงผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น การบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทเติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
ได้รับผลการประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate Governance Report of Thai Listed Company : CGR) ประจำปี 2568 ในระดับ 5 ดาว หรือ “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
บริษัทดําเนินธุรกิจภายใต้หลักการกํากับดูแลกิจการที่ดี ด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ ด้วยความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย โดยคณะกรรมการบริษัทได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานภายใต้ข้อพึงปฏิบัติที่ดี (Code of Best Practices) ที่จะทำให้กลุ่มบริษัทเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพทั้งในการดำเนินธุรกิจ มีการบริหารจัดการที่ดี และเพื่อให้ดำเนินธุรกิจด้วยการมีความรับผิดชอบอย่างมีจรรยาบรรณ และเป็นการเสริมสร้างความโปร่งใสและประสิทธิภาพของฝ่ายจัดการ และจากการที่คณะกรรมการบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้วยความรอบคอบ รัดกุม เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ถือหุ้นและผุ้มีส่วนได้เสียต่อการดำเนินกิจการของบริษัทฯ จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ
View More
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
ไม่มี
กรณีข้อร้องเรียนเรื่องการฝ่าฝืนในด้านการไม่ปฎิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ และการทุจริตและคอรัปชัน
บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ความโปร่งใส และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ โดยบริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นเพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงานของกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และคู่ค้า และในปี 2568 ด้ประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: CAC) และอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาระบบต่อต้านคอร์รัปชันให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ CAC เพื่อยื่นขอรับรองสถานะสมาชิกแนวร่วมฯ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ายื่นขอรับรองการเป็นสมาชิก CAC ภายในปี 2569
นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
ช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนการทุจริตและคอรัปชั่น
บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ได้ยกระดับมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยได้จัดทำนโยบายการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Management Policy) เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติที่เป็นหนึ่งเดียวทั้งองค์กร ครอบคลุมการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในทุกรูปแบบ ทั้งข้อมูลดิจิทัล ข้อมูลบนระบบคลาวด์ และข้อมูลในรูปแบบเอกสาร นโยบายฉบับดังกล่าวได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ISO/IEC 27001:2022 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ทั้งภายในและภายนอกองค์กร สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียต่อระบบการจัดการข้อมูลของบริษัทฯ และกำหนดมาตรฐานการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งองค์กร
นโยบายการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
คู่ค้าที่ได้รับการประเมินคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ ครอบคลุมประเด็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG)
ร้อยละ 100
คู่ค้ารายสำคัญที่เป็นคู่ค้าหลัก (Critical - Tier 1) และมีผลกระทบโดยตรงต่อบริษัท 31 ราย ได้รับการประเมินด้านความยั่งยืน ครอบคลุมประเด็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG)
ร้อยละ 32.25
มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 2% ของมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างรวม
บริษัทตระหนักว่าห่วงโซ่อุปทานมีบทบาทสำคัญต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ คุณภาพและความปลอดภัยในการดำเนินงาน ตลอดจนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เนื่องจากกิจกรรมด้านการจัดหา การจัดซื้อ และการขนส่งพลังงาน มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นยกระดับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการหลักการ ESG เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ อันเป็นรากฐานสำคัญในการลดความเสี่ยงและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว โดยมีแนวทางในการบริหารจัดการ ดังนี้
