ผลการดำเนินงานด้านสังคม
บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนและสังคม โดยมุ่งเน้นให้ธุรกิจอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข เพื่อบริษัทดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตระหนักถึงความสำคัญของสังคมที่อยู่ร่วมกันและมีเจตนาที่จะร่วมแบ่งปันในการดูแลรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียในทุกพื้นที่ที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ โดยมีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนและสังคมโดยการสนับสนุนการพัฒนาชีวิตรอบด้าน ให้ความสำคัญแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติตามนโยบายสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย และดำเนินกิจการภายใต้กฎระเบียบ มาตรฐาน และข้อบังคับต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจภายใต้พื้นฐานของการเคารพสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียในทุกมิติ ตลอดจนเคารพ และยอมรับในความแตกต่างทางอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคล ผ่านการกำหนดนโยบาย และแนวปฏิบัติว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับหลักการชี้นำของสหประชาชาติว่าด้วยการดำเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) เพื่อระบุ ป้องกัน และกำหนดแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงทางด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
ในปี 2568 คณะกรรมการความเสี่ยงได้มีการทบทวนกิจกรรมต่างๆ ภายใต้การดำเนินธุรกิจ LPG ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก พร้อมขยายขอบเขตการประเมินให้ครอบคลุมธุรกิจพลังงานทดแทน โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การระบุกิจกรรมการดำเนินงาน ผู้มีส่วนได้เสีย ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน การประเมินระดับความเสี่ยง ตลอดจนการกำหนดมาตรการป้องกัน ลดผลกระทบ และแนวทางการเยียวยากรณีเกิดผลกระทบ
กระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD)
1. กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติ Policy & Commitment
บริษัทฯ กำหนดนโยบายสนับสนุนและเคารพการปกป้องสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินธุรกิจโดยเคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค และเสรีภาพ ไม่ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานและไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมสื่อสารแนวทางดังกล่าวไปยังผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
2. ระบุและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Risk Identification & Assessment)
บริษัทฯ กำหนดให้มีการทบทวนประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยพิจารณากิจกรรมทางธุรกิจ ผู้มีส่วนได้เสีย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ครอบคลุมสิทธิมนุษยชน 4 ด้าน ได้แก่ สิทธิแรงงาน สิทธิของผู้ใช้บริการ สิทธิในทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสิทธิในที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพ
ผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ปี 2568
จากการประเมิน บริษัทฯ ระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนจำนวน 11 ประเด็น ครอบคลุมธุรกิจ LPG จำนวน 8 ประเด็น และธุรกิจ Solar จำนวน 3 ประเด็น ดังนี้

3. กำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ (Prevention & Mitigation)
บริษัทฯ นำผลการประเมินความเสี่ยงมากำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบให้เหมาะสมกับแต่ละประเด็น เช่น การตรวจสอบความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติงานเป็นประจำทุกเดือน การจัดหาและตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) การจัดกะและทบทวนอัตรากำลัง การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง การตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม การอบรมด้านการขนส่งวัตถุอันตราย และการตรวจสอบมาตรฐานการติดตั้งโดยทีมวิศวกรรม
สำหรับธุรกิจ Solar บริษัทฯ ดำเนินการสำรวจพื้นที่และประเมินผลกระทบต่อชุมชน กำหนดแนวทางการขนส่งเพื่อลดความเดือดร้อนรำคาญ ตลอดจนสื่อสารนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน กำหนดเกณฑ์การคัดเลือก และเข้าเยี่ยมสถานประกอบการของผู้รับเหมา เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างไม่เป็นธรรม
ศึกษารายละเอียดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบเพิ่มเติมได้ในแบบ 56-1 One Report ประจำปี 2568 หน้า 76
4. ติดตามและทบทวนผลการดำเนินงาน (Monitoring & Review)
บริษัทฯ ติดตามประสิทธิผลของมาตรการผ่านตัวชี้วัดที่กำหนดตามลักษณะของความเสี่ยง เช่น การเกิดอุบัติเหตุ ความเพียงพอของ PPE ชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา อัตราการเจ็บป่วย ผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม ข้อร้องเรียนจากลูกค้าและชุมชน การสื่อสารนโยบายแก่คู่ค้า และผลการเข้าเยี่ยมสถานประกอบการของผู้รับเหมา
บริษัทฯ กำหนดให้มีการทบทวนความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมทางธุรกิจและประเด็นความเสี่ยง รวมถึงปรับปรุงมาตรการป้องกันและลดผลกระทบให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
5. รับข้อร้องเรียนและเยียวยาผลกระทบ (Grievance & Remedy)
บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางสำหรับผู้มีส่วนได้เสียในการแสดงความคิดเห็น แจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนกรณีได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ รวมถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ผ่าน
ช่องทางรับข้อร้องเรียนของบริษัทฯ
- 1. เว็บไซต์บริษัทฯ www.wp-energy.co.th
- 2. จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ whistleblowing@wp-energy.co.th
- 3. จดหมาย ส่งที่ฝ่ายตรวจสอบภายใน หรือ เลขานุการบริษัทฯ หรือ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือ คณะกรรมการตรวจสอบ โดยส่งมายังที่อยู่ บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 1 อาคารอีสท์วอเตอร์ ชั้น 16 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพ 10900
จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกำหนดแนวทางการเยียวยาตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทฯ ไม่พบข้อร้องเรียนหรือได้รับรายงานเหตุการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน (0 กรณี)
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
จำนวนพนักงาน
387 คน
เพศชาย จำนวน
224 คน
เพศหญิง จำนวน
163 คน
พนักงานรายเดือน จำนวน
338 คน
พนักงานรายวัน จำนวน
49 คน
จำนวนชั่วโมงการอบรมให้แก่
พนักงาน 2,848 ชั่วโมง
จำนวนชั่วโมงการอบรมเฉลี่ย
7.3 ชั่วโมง/คน/ปี
(เป้าหมาย: จำนวนชั่วโมงการอบรมเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 7.5 ชั่วโมงต่อคนต่อปี)
ความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร
ร้อยละ 82.62
(เป้าหมาย: ความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70.00)
จำนวนการจ้างแรงงานท้องถิ่น
235 ราย
จ้างงานผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปี จำนวน
10 ราย
จ้างงานผู้พิการ จำนวน
3 ราย
บริษัทให้ความสำคัญด้านการสรรหาบุคลากร โดยพิจารณาคุณสมบัติจากความสามารถและประสบการณ์ โดยไม่แบ่งแยกเพศ อายุ สัญชาติ ศาสนา หรือความพิการ คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และเสรีภาพของบุคคล และให้ความเสมอภาคเท่าเทียมในทุกกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล ทั้งการมอบหมายงาน การเลื่อนตำแหน่ง การโอนย้าย การบริหารค่าตอบแทน และการพัฒนาทักษะของพนักงาน บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยไม่สนับสนุนและไม่ยอมรับการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับในทุกรูปแบบ รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ความเป็นอยู่ และการจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ถูกสุขลักษณะและปลอดภัย พร้อมทั้งเปิดช่องทางการสื่อสารและรับฟังความคิดเห็นของพนักงานทั้งโดยตรงและผ่านตัวแทนคณะกรรมการสวัสดิการ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ โดยเฉพาะในประเด็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่อาจส่งผลกระทบต่อสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของพนักงาน
โดยระบุแนวปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมไว้ในนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม คุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม
นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม คุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
อัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน
(LTIFR : ครั้ง/ 200,000 ชั่วโมงทำงาน)
(LTIFR : ครั้ง/ 200,000 ชั่วโมงทำงาน)
พนักงาน 0.27 ผู้รับเหมา 0
(เป้าหมาย: อัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน เป็น 0)
การเสียชีวิตจากการบาดเจ็บจากการทำงานของพนักงานและผู้รับเหมา
0 ครั้ง
บริษัทให้ความสำคัญกับระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย โดยมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ นำระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO45001:2018 มาใช้ในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย โดยในปี 2568 บริษัทมีคลังเก็บและจ่ายก๊าซ LPG จำนวน 6 แห่ง และโรงบรรจุก๊าซ LPG ที่บริษัทดำเนินกิจการด้วยตนเองจำนวน 8 แห่ง รวมทั้งสิ้น 14 แห่ง โดยสถานประกอบการจำนวน 13 แห่งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 คิดเป็น ร้อยละ 92.86 ของสถานประกอบการทั้งหมดที่อยู่ในขอบเขตการดำเนินงานของบริษัท
โดยมีการกำหนดเป้าหมายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยให้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานของทุกแผนก ภายใต้หลักการรับผิดชอบที่ว่า ความปลอดภัยเป็นหน้าที่รับผิดชอบของทุกคน อีกทั้งมีการส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงาน ผ่านปัจจัย 2 ประการ คือ ระบบการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Safety Management System) การสร้างจิตสำนึกและการแสดงออกถึงความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย ซึ่งบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ จึงกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณในการลดอัตราการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน(Lost Time Injury Frequency Rate of Employees : LTIFR) ของพนักงานและผู้รับเหมาให้เป็นศูนย์
นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม คุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า
ร้อยละ 86.74
(เป้าหมาย: คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 86)
บริษัทฯ ได้ยกระดับนวัตกรรมการบริการและให้บริการที่ครบวงจร สะดวกสบาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร และปฏิบัติงานให้มีความรวดเร็วมีคุณภาพ เพื่อสร้างแนวทางสำหรับธุรกิจต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า บริการจะช่วยตอบโจทย์ของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้กำหนดนโยบายคุณภาพไว้ในนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม คุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม
นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม คุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
มูลค่ารวมการสนับสนุนด้านเงินบริจาคและการลงทุนเพื่อชุมชน
3,906,428 บาท
ด้านความรับผิดชอบต่อชุมชนและการส่งเสริมการศึกษา
3,696,428 บาท
ด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
210,000 บาท
จำนวนข้อพิพาทกับชุมชน/สังคม
0 กรณี
(เป้าหมาย: ไม่มีกรณีข้อร้องเรียนที่มีนัยสำคัญเกี่ยวกับชุมชน)
บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ทุกฝ่ายอย่างจริงจัง โดยขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้พลังของการคิดบวก ดังคำมั่นสัญญาภายใต้แนวคิด “We Promise”
1. การยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืน ผ่านนโยบายและกิจกรรมที่ขับเคลื่อนสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
2. ส่งเสริมความหลากหลายและการมีส่วนร่วมของสังคม โดยการเปิดกว้างต่อทุกความเห็น และ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
3. การมุ่งพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนด้านการศึกษา เพื่อปูรากฐานที่มั่นคงให้ประเทศ
4. มุ่งสร้างความยั่งยืน ส่งมอบพลังงานสะอาดที่ดีต่อโลก ผู้คน ควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยได้กำหนดนโยบายการพัฒนาชุมชนและสังคมไว้ในนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม คุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม
นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม คุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ความโปร่งใส และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ โดยบริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงานของกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และคู่ค้า
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วม แนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: CAC) และได้พัฒนาระบบและมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ CAC อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในปี 2569 บริษัทฯ ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC Certified) โดยมีระยะเวลาการรับรองตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2572 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม และมีระบบควบคุมเพื่อป้องกันการให้สินบนและการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม
บริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นกลางทางการเมือง และกำหนดแนวทางเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนทางการเมืองไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทฯ ไม่มีการบริจาคหรือให้การสนับสนุนทางการเมือง โดยมีมูลค่ารวม 0 บาท
